ข้อดีของการจัดสวนกับภูมิสถาปนิก

ข้อดีของการจัดสวนกับภูมิสถาปนิก ดีอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำแนวคิดจัดสวนที่ยั่งยืนและตอบโจทย์การใช้งานจริงด้วยทีมมืออาชีพจาก Threeroots

หลายคนที่กำลังวางแผนจัดสวนมักพบกับคำถามสำคัญที่ต้องเลือกตั้งแต่ต้นทางว่า “จะเลือก จัดสวนกับช่างทั่วไป ไหม หรือควรใช้บริการภูมิสถาปนิก?” เพราะแม้งานจัดสวนอาจดูเหมือนแค่การปลูกต้นไม้ จัดวางหิน หรือทำบ่อน้ำ แต่เบื้องหลังการออกแบบที่ดีนั้นต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง การวิเคราะห์พื้นที่อย่างละเอียด และการเชื่อมโยง พื้นที่ธรรมชาติ กับ การใช้ชีวิตจริง

บทความนี้จะช่วยคุณมองเห็นความแตกต่างของทั้งสองทางเลือก พร้อมแนะนำแนวทางที่เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการ “มากกว่าความเขียวสวย” แต่ต้องการ “สวนที่อยู่ร่วมกับชีวิตได้จริง”

ความแตกต่างระหว่าง จัดสวนกับช่างทั่วไป และ ภูมิสถาปนิก

ระดับความเข้าใจในการออกแบบ

ช่างทั่วไป มักทำตามโจทย์หรือภาพตัวอย่างที่ลูกค้าให้มา โดยใช้ประสบการณ์หน้างานเป็นหลัก ไม่มีการวิเคราะห์เชิงลึกเรื่องทิศแดด ทิศลม ระบบน้ำ หรือการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่จริง

ในขณะที่ ภูมิสถาปนิก จะออกแบบสวนโดยเริ่มจากการ “วิเคราะห์บริบท” ทิศทางแสง ลม การใช้งาน พื้นที่ระบายน้ำ พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย รวมถึงแนวคิดเชิงสถาปัตยกรรม เพื่อให้สวนมีทั้งความสวยงาม ความยั่งยืน และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์

จัดสวนกับช่างทั่วไป กับความยั่งยืนของสวน

งานที่จัดโดย ช่างทั่วไป มักจะ “สวยวันแรก” แต่หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน พรรณไม้เริ่มไม่รอด ระบบน้ำมีปัญหา หรือวัสดุที่ใช้เสื่อมสภาพ เพราะไม่มีการวางแผนเชิงระบบไว้ล่วงหน้า

ตรงกันข้ามกับ ภูมิสถาปนิก ที่จะออกแบบโดยมองระยะยาว สร้างสมดุลระหว่างความงามกับความทนทาน เช่น เลือกพรรณไม้ที่โตได้ในสภาพแวดล้อมจริง ใช้วัสดุที่เหมาะสมกับภายนอก และออกแบบระบบดูแลรักษาไว้ครบถ้วน

ประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่จะได้รับ

สวนที่ดีควรเป็นส่วนหนึ่งของ “วิถีชีวิต” ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง ช่างทั่วไปอาจไม่ได้คำนึงถึงการเดินภายในสวน มุมมองจากในบ้าน หรือช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านใช้สวน

แต่ ภูมิสถาปนิก จะมองสวนเป็นพื้นที่ประสบการณ์ เช่น วางทางเดินให้รับแสงอ่อนช่วงเช้า ออกแบบมุมนั่งเล่นที่ร่มช่วงเย็น หรือสร้างความเป็นส่วนตัวจากสายตาภายนอก ทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างมีวัตถุประสงค์

จัดสวน_หนองแขม_สไตล์โมเดิร์นอังกฤษ

บทสรุป ถ้าอยากให้สวนตอบโจทย์ชีวิตอย่างแท้จริง เลือกมืออาชีพมาออกแบบ

หากคุณกำลังพิจารณาว่าควร จัดสวนกับช่างทั่วไป หรือมืออาชีพ การเลือกทีมออกแบบ คือคำตอบสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการ “สวนที่ออกแบบอย่างมีแนวคิด” ไม่ใช่แค่สวนที่ดูดีในวันแรก

Threeroots คือบริษัทออกแบบภูมิทัศน์ระดับพรีเมียม ที่รวมทีม ภูมิสถาปนิก มัณฑนากร และวิศวกร ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สวนที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน ความงาม และความยั่งยืน ด้วยประสบการณ์กว่า 300 โครงการในบ้านพักอาศัยและโครงการขนาดใหญ่

ติดตามผลงานอื่นๆของทรีรูทได้ที่เพจ facebook : threerootsfanpage
LINE: @threeroots 
ติดต่อสอบถามบริการ 098 184 8466
YouTube Threeroots Landscape

The Master Private 153

Garden Of Brightness

Prawet, Bangkok
Site Area : 347 Sq.m.

GARDEN OF BRIGHTNESS
คือแนวคิดการออกแบบสวนที่ถ่ายทอดความหรูหราผ่านความงามของ ธรรมชาติ และพื้นที่เปิดโล่ง โดยให้แสงเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างมิติและบรรยากาศของสวนในทุกช่วงเวลาของวัน พื้นที่ถูกออกแบบด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย สง่างาม และสมดุล เข้ากับตัวบ้าน ผสานวัสดุธรรมชาติเข้ามา เต็มแต่งพรรณไม้โทนสีเขียวและสีอ่อน เพื่อสร้างความรู้สึกโปร่ง โล่ง และสงบอย่างมีระดับ

สวนหน้าบ้าน ที่ถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติ ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง และความสง่างามของสถาปัตยกรรม ผ่านองค์ประกอบของสวนที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด พื้นที่สีเขียวถูกจัดวางอย่างสมดุลด้วยพุ่มไม้ทรงกลม ไม้ดอกสีขาวที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศ และกระถางประติมากรรมที่เป็นจุดเด่นบริเวณทางเข้า ช่วยสร้างมุมมองและความรู้สึกโถงต้องรับของบ้านตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่บ้าน

พื้นที่มุมนั่งเล่นแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นจุดพักผ่อน ที่สงบ แนวรั้วต้นไม้ที่ทำหน้าที่เป็นฉากสีเขียวช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดความแข็งของแนวกำแพง ลานนั่งเล่นปูพื้นลายก้างปลาเชื่อมต่อกับทางเดิน สร้างจังหวะการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ พร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้มที่ตัดกับความสดชื่นของพรรณไม้ ช่วยให้มุมนี้ดูโดดเด่นในแบบเรียบหรู

บันไดกระเบื้องลายหินโทน สว่างทำหน้าที่เป็นแกนหลักของสวน นำสายตาเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน รายล้อมด้วยพรรณไม้พุ่มที่ตัดแต่งอย่างประณีต  และกรวดสีดำที่ช่วยสร้างความโดดเด่นผ่านความแตกต่างของโทนสี เกิดเป็นความสมดุลระหว่างความเป็นธรรมชาติและความเรียบหรูของวัสดุที่เลือกใช้

พื้นที่สวนและศาลาพักผ่อนออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Luxury ที่ผสานงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้ากับความร่มรื่นของธรรมชาติอย่างลงตัว โดยใช้เส้นสายที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ควบคู่กับการจัดวางพื้นที่แบบสมมาตร เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นระเบียบ โปร่งสบาย และน่าใช้งาน

แนวพรรณไม้สีเขียวที่โอบล้อมพื้นที่ช่วยเสริมความเป็นส่วนตัว พร้อมสร้างมิติของความร่มรื่นและความผ่อนคลายตลอดทั้งวัน ขณะที่แสงไฟโทนอุ่นภายในศาลาช่วยเพิ่มความอบอุ่นและความหรูหราให้กับพื้นที่ในช่วงเย็น ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งเพื่อการพักผ่อนส่วนตัว การอ่านหนังสือ การสังสรรค์ในครอบครัว หรือการต้อนรับแขกในบรรยากาศที่สงบและเป็นกันเอง

องค์ประกอบทั้งหมดได้รับการออกแบบให้เกิดความสมดุลระหว่างความสวยงามและการใช้งานได้จริง สะท้อนคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับ พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนเสมือนอยู่ในรีสอร์ตส่วนตัวภายในบ้าน

ภายใต้แนวคิด GARDEN OF BRIGHTNESS ความงดงามของสวนไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลอมรวมกันอย่างประณีต เพื่อสร้างพื้นที่ที่เปล่งประกายด้วยความเรียบง่ายและความสมบูรณ์แบบ
ขอบแปลงปลูกหินธรรมชาติถูกออกแบบให้มีเส้นโค้งที่นุ่มนวล เชื่อมต่อกับแนวทางเดินอย่างต่อเนื่อง ลดความแข็งของเส้นสายสถาปัตยกรรม พร้อมเพิ่มมิติให้พื้นที่ด้วยการตัดกันของวัสดุหินสีอ่อนและกรวดแม่น้ำสีดำ เกิดเป็นจังหวะที่เรียบหรูและร่วมสมัย
องค์ประกอบของงานคิ้วบัวตกแต่ง และโคมไฟสไตล์คลาสสิกที่กลมกลืนกับสถาปัตยกรรม ไฟซ่อนที่เน้นพื้นผิวของวัสดุและพรรณไม้ ช่วยสร้างมิติของแสงและเงาในช่วงค่ำคืน

การออกแบบแสงสว่างของสวนแห่งนี้มุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น หรูหรา  ผ่านการจัดวางแสงแบบ Layered Lighting ที่ผสานระหว่าง Functional Lighting และ Accent Lighting อย่างลงตัว
ภายในสวนมีการเลือกใช้แสงโทนอุ่น (Warm White) เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง พร้อมเสริมความลึกของพื้นที่ด้วยการส่องเน้นต้นไม้ใหญ่ แนวพรรณไม้ และองค์ประกอบสำคัญต่าง ๆ ทำให้เกิดมิติของแสงและเงาที่สวยงามตลอดทั้งสวน
ศาลาพักผ่อนถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายสายตาหลักของพื้นที่ โดยใช้แสงสถาปัตยกรรมและแสงตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าใช้งาน ช่วยเชื่อมโยงพื้นที่ภายในบ้านสู่พื้นที่ภายนอกได้อย่างกลมกลืน

GARDEN OF BRIGHTNESS

Garden of Brightness expresses luxury through the beauty of nature and the generosity of open space. Light shapes every experience within the garden, creating depth, atmosphere, and changing perspectives throughout the day. As a result, every moment outdoors feels calm, elegant, and inviting.

The design combines clean architectural lines with natural materials to create a seamless connection between the house and the landscape. In addition, lush greenery and soft-toned planting introduce texture while maintaining an open, airy, and sophisticated atmosphere.

Front Garden

The front garden welcomes visitors with a refined composition that highlights both nature and architecture. Carefully sculpted shrubs, delicate white flowering plants, and statement planter sculptures define the entrance and create a memorable first impression. Moreover, every planting element works together to enhance visual balance while preserving a sense of openness and elegance.

Outdoor Seating Area

The outdoor seating area offers a peaceful retreat for everyday relaxation. A living green hedge provides privacy while softening the surrounding walls. Meanwhile, the herringbone paving connects naturally with the garden paths and introduces subtle movement throughout the space. Dark-toned outdoor furniture contrasts beautifully with the surrounding greenery, creating a modern yet timeless atmosphere.

Garden Pavilion

The garden pavilion reflects a Modern Luxury lifestyle by combining contemporary architecture with the tranquility of nature. Clean lines and a symmetrical layout create a space that feels organized, spacious, and welcoming. Furthermore, layers of greenery surround the pavilion, increase privacy, and provide refreshing shade throughout the day.

As evening arrives, warm ambient lighting transforms the pavilion into an inviting destination for relaxation, reading, family gatherings, and entertaining guests. At the same time, the soft lighting highlights the surrounding landscape and reinforces the garden’s elegant character.

Ultimately, every design element balances beauty with functionality. Together, they create an outdoor living environment that enhances everyday life while delivering the comfort, privacy, and atmosphere of a private luxury resort.

สามารถติดตามผลงานอื่นๆของทรีรูทได้ที่เพจ facebook : threerootsfanpage

The City Rama 9-23

Lush And Lively Garden

Saphan Sung, Bangkok

Lush and Lively Garden คือแนวคิดการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์และพลังแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดวางพรรณไม้หลากหลายระดับชั้นที่แทรกตัวอย่างกลมกลืนไปกับพื้นที่ใช้งานภายนอก สร้างบรรยากาศที่สดชื่น มีชีวิตชีวา และเชื้อเชิญให้ผู้คนได้ออกมาใช้เวลาร่วมกับธรรมชาติในทุกวัน

สวนแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ตกแต่งภายนอก แต่เป็น Living Sanctuary ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสความสงบ ความสดชื่น และความสุขจากธรรมชาติในทุกช่วงเวลาของชีวิต

“A garden is not merely a landscape, but a living sanctuary where nature, comfort, and everyday life flourish together.”

A Quiet Corner Within the Green

ชิงช้านั่งเล่นที่ถูกวางไว้ภายในสวนท่ามกลางวงล้อมของพรรณไม้ สร้างพื้นที่ส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ ทางเดินโค้งช่วยเชื่อมพื้นที่ต่าง ๆ ของสวนเข้าหากันอย่างลื่นไหล ขณะที่ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ช่วยสร้างร่มเงาและบรรยากาศที่ร่มรื่นตลอดวัน พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็นมุมสงบสำหรับการอ่านหนังสือ พักผ่อน หรือใช้เวลากับตนเอง ท่ามกลางความสดชื่นของสวนที่เต็มไปด้วยชีวิต

Outdoor Dining Terrace

พื้นที่รับประทานอาหารกลางแจ้งถูกออกแบบให้เป็นส่วนต่อขยายของตัวบ้าน เชื่อมโยงกิจกรรมของครอบครัวเข้ากับความเขียวชอุ่มของสวนโดยรอบ รั้วพุ่มไม้หนาแน่นช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ขณะที่ผนังสีอ่อนและไม้ธรรมชาติช่วยเพิ่มความอบอุ่นและผ่อนคลาย พรรณไม้ใบเขตร้อนในกระถางทำหน้าที่เป็นฉากหลังสีเขียวที่มีชีวิตชีวา สร้างบรรยากาศแห่งการพบปะ พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติในทุกช่วงเวลา

The Arbor Ramintra 9

” GLOWING IVORY “

Ramintra – Watcharapol, Bangkok
Site area 87 sq.m.

แนวคิดการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสานความอบอุ่นของแสงกับความสงบ สร้างบรรยากาศของสวนที่เรียบง่าย หรูหรา และเปี่ยมด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย
องค์ประกอบของพื้นที่ถูกออกแบบให้แสงทำหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างอารมณ์และประสบการณ์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแสงที่ส่องผ่านพื้นผิววัสดุ แสงที่ซ่อนอยู่ภายในรายละเอียดสถาปัตยกรรมหรือแสงที่ช่วยขับเน้นความงามของพรรณไม้และองค์ประกอบธรรมชาติ
ภายใต้โทนสีที่เรียบสงบและการจัดวางพื้นที่อย่างพิถีพิถัน GLOWING IVORY จึงสะท้อนความงดงามที่เหนือกาลเวลา ถ่ายทอดความอบอุ่น ความสงบ และคุณภาพของการอยู่อาศัยผ่านความสัมพันธ์ระหว่างแสง วัสดุ และธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

พื้นที่ทางเดินข้างบ้านถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางแห่งการรับรู้และการเชื่อมต่อระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติ พื้นทางเดินสีเทาเรียบง่ายช่วยสร้างความต่อเนื่องของการใช้งาน ขณะที่กำแพงหินสีครีม และแนวพรรณไม้สีเขียวเข้มทำหน้าที่เป็นฉากหลังที่ช่วยสร้างความสงบและความเป็นส่วนตัว

การจัดวางมุมนั่งพักตามแนวทางเดินช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับพื้นที่ที่มักถูกมองข้าม เปลี่ยนพื้นที่สัญจรให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิต สะท้อนแนวคิดของ GLOWING IVORY ที่ความงดงามไม่ได้เกิดจากความซับซ้อน หากเกิดจากการจัดสรรพื้นที่ แสง และธรรมชาติให้ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล

กำแพงหินสีครีมที่ออกแบบให้เป็นมากกว่าองค์ประกอบกั้นขอบเขตพื้นที่ แต่เป็นฉากหลังที่ถ่ายทอดความงดงามของแสงและเงาในรูปแบบร่วมสมัย ร่องแสงแนวตั้งที่แทรกตัวอยู่ระหว่างผิววัสดุ เปรียบเสมือนแสงที่ค่อยๆ ส่องผ่านรอยแยกของหิน สร้างมิติ ความลึก และความรู้สึกอบอุ่นให้กับพื้นที่ตลอดทั้งวัน

มุมนั่งพักขนาดกะทัดรัดถูกจัดวางอย่างเรียบง่ายท่ามกลางพรรณไม้สีเขียวเข้ม เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการหยุดพักและซึมซับบรรยากาศโดยรอบ เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ข้างบ้านให้กลายเป็นมุมพักผ่อนที่สงบและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวภายใต้แนวคิด GLOWING IVORY

ต้นมะกอกโอลีฟ ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่ เปรียบเสมือนผู้เฝ้ามองกาลเวลาและเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ลำต้นที่เต็มไปด้วยรายละเอียดแห่งอายุขัยตัดกับกระถางทรงเรียบสีอ่อนอย่างสง่างาม สะท้อนความงดงามของธรรมชาติและงานออกแบบร่วมสมัย

ใช้กรวดโทนสีเทาอ่อนและไฟทรงกลมที่เปล่งประกายอย่างนุ่มนวล ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย แสงที่ตกกระทบบนพื้นหิน เกิดเป็นสวนขนาดเล็กที่เปี่ยมด้วยรายละเอียดและความหมาย แม้จะอยู่ในพื้นที่จำกัดก็ตาม

ผนังตกแต่งที่ถูกออกแบบให้เป็นจุดเน้นทางสายตาภายในสวน ผ่านการผสมผสานระหว่างวัสดุโทนอบอุ่นและแสงไฟสีทองที่ซ่อนตัวอยู่ภายในแนวเส้นตั้ง สร้างภาพลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่โดดเด่น

แสงที่ส่องออกมาอย่างนุ่มนวลช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ในช่วงเย็น ขณะเดียวกันแนวไม้พุ่มสีเขียวเข้มที่รายล้อมอยู่โดยรอบยังช่วยขับเน้นความสว่างขององค์ประกอบให้เด่นชัดยิ่งขึ้น เกิดเป็นสมดุลระหว่างความแข็งแรงของวัสดุและความอ่อนโยนของธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด GLOWING IVORY ที่เน้นความงามอันเรียบง่ายและเหนือกาลเวลา

The One Signture Rama 9-9

THE EMBER GARDEN

Bangna, Bangkok

สวนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของพื้นที่เตาผิงที่ทุกคนมานั่งพูดคุยรับไออุ่นร่วมกัน สื่อถึงความอบอุ่น ความสงบ และความทรงจำที่ยังคงอยู่ตามกาลเวลา ผ่านการผสมผสานของต้นไม้ทรงคุณค่า วัสดุธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้ง ให้ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมหลอมรวมเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความหมาย

  • ต้นมะกอกโอลีฟ ที่ถูกจัดวางให้เป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ เปรียบเสมือนประกายไฟที่ยังคงเรืองรองผ่านกาลเวลา ลำต้นที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอายุ ถ่ายทอดคุณค่าของความมั่นคง ความทรงจำ และเรื่องราวที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
  • บริเวณโคนต้นถูกโอบล้อมด้วยกรวดสีขาวและหินธรรมชาติ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาพของเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่หลังเปลวไฟมอดดับ สร้างความรู้สึกสงบ อบอุ่น และเชื่อมโยงกับแนวคิดหลักของ THE EMBER GARDEN ได้อย่างชัดเจน
  • พรรณไม้โทนสีเขียวเงินและสีเขียวอ่อนถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างมิติและความนุ่มนวลให้กับพื้นที่ ช่วยลดความแข็งของวัสดุสถาปัตยกรรมโดยรอบ พร้อมขับเน้นความโดดเด่นของต้นมะกอกให้กลายเป็นจุดนำสายตาที่สง่างาม เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับพื้นที่อยู่อาศัยอย่างกลมกลืนและร่วมสมัย
  • พื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้งถูกออกแบบให้เป็นดั่ง Hearth หรือเตาผิงกลางบ้าน สถานที่ที่ผู้คนมารวมตัว พูดคุย และใช้เวลาร่วมกัน
  • เส้นสายเรียบง่ายของเฟอร์นิเจอร์และวัสดุหินสีเทาอ่อนช่วยสร้างบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย ขณะที่หมอนโทนสีน้ำตาลอบอุ่นทำหน้าที่เสมือนประกายไฟที่แทรกตัวอยู่ภายในพื้นที่ เพิ่มมิติและความรู้สึกเป็นกันเอง
  • กำแพงพรรณไม้สีเขียวด้านหลังทำหน้าที่เป็นฉากธรรมชาติ ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว พร้อมลดความแข็งของสถาปัตยกรรม ให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นห้องนั่งเล่นกลางแจ้งที่เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน

มุมมองภาพรวมเผยให้เห็นแนวคิดหลักของสวนที่ผสานองค์ประกอบของ “เตาผิง” และ “ธรรมชาติ” เข้าด้วยกันอย่างสมดุล
ต้นมะกอกโอลีฟที่เปรียบเสมือนแกนกลางของเรื่องราว ขณะที่เตาผิง พื้นลายก้างปลา และพื้นที่นั่งเล่นถูกจัดวางอย่างเป็นลำดับ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ไหลลื่นจากตัวบ้านสู่สวน
ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้เกิดบทสนทนาระหว่างวัสดุแข็งและวัสดุธรรมชาติ ระหว่างความทันสมัยและความอบอุ่น จนเกิดเป็นพื้นที่พักผ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เตาผิงถูกออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่นภายในสวน แม้ในยามที่ไม่มีเปลวไฟจริง วัสดุหินสีเทาอ่อน กระเบื้องสีเข้ม และไม้ฟืนธรรมชาติ ยังคงถ่ายทอดความรู้สึกของความอบอุ่นและความเป็นบ้านได้อย่างชัดเจน
การเลือกใช้วัสดุที่มีพื้นผิวและโทนสีใกล้เคียงธรรมชาติ ช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบ เรียบง่าย และเชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานได้หยุดพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พรรณไม้สีเขียวเงินและสีเขียวอ่อนที่รายล้อมอยู่โดยรอบ ทำหน้าที่ลดทอนความแข็งขององค์ประกอบสถาปัตยกรรม พร้อมเติมความนุ่มนวลและมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่

องค์ประกอบทั้งหมดถูกถ่ายทอดภายใต้แนวคิด THE EMBER GARDEN ซึ่งสะท้อนความงดงามของประกายไฟที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังเปลวไฟมอดดับ เปรียบเสมือนความอบอุ่น
ความผูกพัน และความทรงจำที่ยังคงอยู่ในพื้นที่แห่งนี้อย่างยาวนาน

Narasiri Phatthanakarn 25

“Refined Rhythm of Green”

Suan Luang, Bangkok

Refined Rhythm of Green คือสวนที่ผสมระหว่างความเนี้ยบแบบมีระดับกับจังหวะที่ไหลลื่นของธรรมชาติ ผ่านองค์ประกอบของสีเขียวจากพรรณไม้ต่างๆ ที่ถูกจัดวางอย่างมีจังหว่ะและชั้นเชิง

สวนพักผ่อนสไตล์โมเดิร์น ที่ดูเรียบง่ายแต่มีความอบอุ่นและเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว พื้นที่ถูกออกแบบเป็นลานนั่งเล่นกลางแจ้ง ที่เชื่อมต่อกับตัวบ้านอย่างต่อเนื่อง พื้นปูด้วยแผ่นกระเบื้องลายหินโทนสีเทาอ่อน ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบ ตัดกับความเขียวชอุ่มของพรรณไม้รอบๆ ทำให้เกิดความสมดุลระหว่าง “ความแข็ง” ของวัสดุก่อสร้าง และ “ความนุ่ม” ของธรรมชาติ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของสวนสมัยใหม่  

บริเวณลานถูกออกแบบเป็นพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้งที่โปร่งโล่ง มีพื้นสีเทาเรียบช่วยขับให้โทนสีเขียวของต้นไม้ดูสดชื่นขึ้น ด้านหลังเป็นแนวรั้วไม้พุ่มตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบทำหน้าที่เป็นฉากหลังสีเขียวที่ทั้งให้ความเป็นส่วนตัวและสร้างความรู้สึกสงบ ในพื้นที่เองจัดชุดโต๊ะรับประทานอาหารเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ของคนในครอบครัว ด้านข้างเองมีบ่อน้ำผุดทรงสี่เหลี่ยมสีเข้มที่ทำหน้าที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่ น้ำที่ผุดขึ้นเบาๆ เพิ่มความเคลื่อนไหวและเสียงธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศยิ่งผ่อนคลาย เหมาะกับเป็นมุมพักผ่อนของคนในครอบครัวได้ดีที่สุด

แสงยามสายไหลผ่านเรือนยอดไม้ ร้อยเรียงเป็นจังหวะเงาอ่อนบนพื้นทางเดินหินสีเทา เส้นสายของแผ่นปูพื้นสลับกรวดเล็กๆ สร้างจังหวะ ที่นิ่ง สงบ และประณีต ทุกก้าวที่เดินผ่านให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเคลื่อนไปตามจังหวะของธรรมชาติ

ด้านซ้ายเป็นตัวบ้านสีขาวสะอาดตา ตัดกับกรอบหน้าต่างไม้โทนอุ่น เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ขณะที่แนวปลูกพรรณไม้ถูกจัดเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ไม้คลุมดิน ไม้พุ่ม ไปจนถึงไม้ใบขนาดใหญ่ เช่น ใบทรงกว้างที่ช่วยสร้างฟีลทรอปิคอล ทำให้พื้นที่ดูเขียวชอุ่มและมีมิติ ส่วนด้านขวาเป็นแนวรั้วต้นไม้ที่ตัดแต่งอย่างเรียบร้อย ทำหน้าที่เป็นฉากหลังสีเขียว พร้อมแทรกด้วยไม้ฟอร์มตั้งและอ่างล้างมือทรงสูงสีเข้มที่เพิ่มความโมเดิร์นให้กับสวน

ทางเดินถูกออกแบบเป็นเส้นนำสายตาด้วยแผ่นทางเดินสีเทาเรียงยาว ดูเป็นระเบียบและทันสมัย สลับกับกรวดสีอ่อนที่ช่วยลดความแข็งของวัสดุ ทำให้เกิดจังหวะ (rhythm) ระหว่าง แข็ง–นุ่ม อย่างลงตัว

จุดเด่นของพื้นที่คือ ต้นไม้ใหญ่ ที่ตั้งอยู่กลางคอร์ต ลำต้นเอียงเล็กน้อยและแผ่กิ่งก้านอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างเส้นสายที่พลิ้วไหวและมีชีวิต ช่วยลดความแข็งของสถาปัตยกรรมรอบๆ สร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่ทางเข้าหลักของบ้าน

สวนแห่งนี้โดดเด่นด้วยการใช้เส้นนำสายตาที่เฉียบคม เส้นขอบของทางเดินหินสีเทาวางสลับฟันปลาเป็นแนวซิกแซก สร้างจังหวะการก้าวเดินที่ไม่หยุดนิ่ง หากมองมาจากหลังบ้านจะเห็นถึงการเชื่อมต่อของพื้นที่อย่างเป็นมิติ ด้วยจังหวะการออกแบบที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ใช้สอยได้หลายทิศทางในรูปแบบความงามที่ต่างกัน แต่ทุกส่วนล้วนกลมกลืนส่งเสริมองค์ประกอบของตัวบ้านได้อย่างลงตัว

ทางเดินข้างตัวบ้านถูกออกแบบให้กลายเป็นพื้นที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด เส้นทางปูด้วยแผ่นคอนกรีตสีเทาเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ นำสายตาไปสู่กำแพงไม้ระแนงโทนอุ่นที่ปลายทาง เกิดเป็นมุมมองที่ชัดเจนและสงบ

รายละเอียดเล็กๆ บนพื้นทางเดินกลับกลายเป็นหัวใจของงานออกแบบ เส้นสายของแผ่นคอนกรีตสีเทาถูกจัดวางอย่างเป็นจังหวะ สลับขนาดและแนววางอย่างตั้งใจ เกิดเป็นจังหวะที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน

Baan Nanthawan Rama 9

” The Charm Of Nature Lines “

Srinakarin, Bangkok

ออกแบบสวนพักผ่อน มุมพักผ่อนแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น Outdoor Living Space ที่เชื่อมต่อการใช้ชีวิตภายในบ้านสู่ธรรมชาติอย่างลงตัว ลานนั่งเล่นรูปทรงโค้งช่วยสร้างความนุ่มนวลให้กับพื้นที่ พร้อมโอบล้อมด้วยพรรณไม้สีเขียวและร่มเงาของไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว

สวนหน้าบ้านแห่งนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด The Charm of Floral Lines ที่นำเส้นสายโค้งอ่อนช้อยของทางเดินและแปลงปลูกพรรณไม้มาเชื่อมโยงกับบ้าน Modern ได้อย่างลงตัว พื้นที่สีเขียวถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย โปร่งสบาย และดูแลง่าย เน้นพรรณไม้ที่มีรูปทรงสวยงามตลอดปี พร้อมแสงไฟที่ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นในช่วงค่ำ ทำให้สวนหน้าบ้านเป็นพื้นที่ต้อนรับที่โดดเด่น สง่างาม และสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น.

มุมมองนี้แสดงให้เห็นการออกแบบสวนหน้าบ้านที่ใช้ เส้นสายโค้งอิสระ เป็นองค์ประกอบหลัก เชื่อมต่อพื้นที่ทางเดิน สนามหญ้า ให้ไหลต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดความแข็งของบ้าน Modern และสร้างความรู้สึกนุ่มนวลให้กับพื้นที่

มุมนั่งเล่นแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยใช้สนามหญ้ากว้างและร่มเงาของไม้ใหญ่เป็นหัวใจของพื้นที่ ออกแบบสวนพักผ่อน สร้างบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และเชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด
การจัดวางก้อนหินธรรมชาติเป็นที่นั่ง พร้อมแปลงปลูกโค้งอิสระและพรรณไม้สีเขียวหลายระดับ ช่วยสร้างความนุ่มนวลและมิติให้กับสวน ขณะที่แสงแดดยามเย็นที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้เติมความอบอุ่นและมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่

ออกแบบสวนพักผ่อน มุมสวนเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งาน พื้นที่สวนที่เชื่อมต่อมุมรับประทานอาหารกับตัวบ้านอย่างกลมกลืน ผ่านเส้นสายโค้งที่เรียบง่ายและพรรณไม้ดูแลง่าย เติมความร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นและไม้พุ่มหลากระดับ สร้างบรรยากาศอบอุ่น เป็นมุมโปรดของคนในครอบครัว

สวนหลังบ้านได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนที่เชื่อมต่อกับตัวบ้านอย่างไร้รอยต่อ ด้วยลานกิจกรรมขนาดกว้างและเส้นสายโค้งที่ช่วยสร้างความนุ่มนวลให้กับพื้นที่ เปิดมุมมองให้สวนดูโปร่ง และใช้งานได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับการรับประทานอาหาร พักผ่อน หรือสังสรรค์กับครอบครัว

การเลือกใช้พรรณไม้สีเขียวเป็นหลัก ร่วมกับไม้ยืนต้นให้ร่มเงาและไม้พุ่มที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ ช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่นโดยไม่บดบังพื้นที่ใช้งาน ขณะที่วัสดุปูพื้นและแปลงปลูกถูกออกแบบให้เรียบง่าย แข็งแรง และดูแลรักษาง่าย ลดภาระในการดูแลระยะยาว แต่ยังคงความสวยงามและความเป็นธรรมชาติในทุกช่วงเวลาของวัน.

ใจกลางบ้าน (Courtyard Garden) พื้นที่สวนใจกลางบ้านที่โอบล้อมด้วยบ้านรูปทรงโมเดิร์น โดดเด่นด้วยต้นไม้ใหญ่เป็นจุดศูนย์กลาง เชื่อมโยงทุกพื้นที่เข้าหากัน สร้างบรรยากาศร่มรื่น โปร่งสบาย และเติมเสน่ห์ของธรรมชาติให้กับการใช้ชีวิตในทุกวัน.

มุมพักผ่อนที่เชื่อมต่อด้วยทางเดินและเส้นสายที่เรียบง่าย โอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และพรรณไม้สีเขียวหลากหลายระดับ สร้างบรรยากาศร่มรื่น เป็นธรรมชาติ และให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางสวนที่ถูกคิดเพื่อผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ

พื้นที่ถูกจัดวางให้รองรับทั้งการนั่งพักผ่อน จิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัว โดยเลือกใช้พรรณไม้ที่ดูแลง่ายและวัสดุโทนธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เรียบหรู และสามารถใช้งานได้อย่างสวยงามในทุกช่วงเวลาของวัน.

This outdoor retreat creates an inviting Outdoor Living Space that extends indoor living into nature. In addition, a curved seating terrace softens the overall layout and creates a welcoming place to relax. Meanwhile, mature trees and layered greenery provide shade and privacy. As a result, the space feels peaceful, comfortable, and closely connected to the surrounding landscape.

Front Garden

The front garden follows the concept of The Charm of Floral Lines, where graceful curves connect the pathways, planting beds, and modern architecture. From the very first step, the open layout keeps the space bright, airy, and easy to maintain. Furthermore, carefully selected evergreen plants provide year-round beauty, while soft landscape lighting creates a warm atmosphere after sunset. Together, these elements form an elegant entrance that leaves a memorable first impression.

Flowing Landscape Design

This view highlights the flowing curves that shape the garden. As visitors move through the landscape, the pathways, lawns, and planting beds connect naturally and guide movement throughout the space. At the same time, the organic lines soften the clean geometry of the modern home. Consequently, the landscape feels balanced, inviting, and visually harmonious.

Relaxing Garden Corner

This garden corner offers a peaceful place to unwind beneath the shade of mature trees. At the heart of the space, a spacious lawn creates an open setting, while natural stone seating encourages quiet moments outdoors. In addition, curved planting beds and layered greenery add depth and texture without making the space feel crowded. Meanwhile, warm afternoon sunlight filters through the tree canopy and fills the garden with a calm, welcoming atmosphere.

Garden Connecting the Dining Area

This garden gently connects the dining area with the home through elegant curves and low-maintenance planting. Likewise, mature shade trees create comfort throughout the day, while layered shrubs enrich the landscape with texture and depth. Meanwhile, the open design preserves clear views across the garden. Because of this, the space becomes a favorite gathering place for family and friends.

Backyard Living Space

The backyard extends the home’s living area into a spacious outdoor setting. Here, a generous terrace supports outdoor dining, relaxation, and family activities throughout the day. At the same time, gentle curves soften the landscape and create a greater sense of openness. Furthermore, the simple layout allows people to move comfortably between different activity areas.

The planting design focuses on lush green foliage with mature shade trees and neatly arranged shrubs. Moreover, this combination provides comfort without overwhelming the usable space. Durable paving materials and simple planting beds also reduce long-term maintenance. Therefore, the garden remains attractive, practical, and enjoyable throughout every season.

Courtyard Garden

At the center of the home, the Courtyard Garden becomes the heart of the design. A magnificent feature tree creates a strong focal point and visually connects the surrounding architecture. Meanwhile, natural light and open views keep the space bright and airy. Together, these elements bring nature into everyday living and strengthen the relationship between the home and the landscape.

A Peaceful Everyday Retreat

This final garden space combines simple pathways, mature trees, and layered planting to create a calm outdoor environment. Whether enjoying a morning coffee, reading a book, or spending time with family, residents can experience a peaceful natural setting. In addition, every element supports comfort, relaxation, and everyday living.

Low-maintenance planting and durable natural materials ensure lasting beauty while reducing maintenance requirements. Finally, the thoughtful design creates a timeless landscape that remains elegant, functional, and enjoyable throughout the year.

สามารถติดตามผลงานอื่นๆของทรีรูทได้ที่เพจ facebook : threerootsfanpage

Baan Phran Nok Sai 4 – 61

“Refreshing With Nature Line”

Phran nok, Bangkok

สวนสไตล์ Modern Natural ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงมุมมองจากภายในบ้านเป็นหลัก พื้นที่ด้านหน้าบ้านถูกสร้างบรรยากาศให้สดชื่นและใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยการใช้เส้นสายที่โค้ง ลื่นไหล และมีเนินดินเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างจังหวะให้สวนดูน่ามอง พร้อมเสริมมุมนั่งเล่นในสวนไว้สำหรับเจ้าของบ้านและครอบครัว ได้ใช้เวลาออกมาพักผ่อนร่วมกับน้องหมา ท่ามกลางบรรยากาศที่โปร่ง สบาย และกลมกลืนไปกับเส้นสายของธรรมชาติ

จัดสวนธรรมชาติ พรรณไม้ที่เลือกใช้เน้นโทนสีเขียวหลากหลายเฉด ผสมผสานไม้ดอกและไม้คลุมดิน เพื่อเพิ่มความต่างและกิมมิคเล็ก ๆ ให้กับพื้นที่

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ สวนกลางบ้าน ที่ถูกล้อมรอบด้วยผนังกระจกใส ทุกครั้งที่เดินผ่านสามารถมองเห็นความเขียวขจีและสัมผัสความผ่อนคลายได้เสมอ พื้นที่นี้ยังคงคอนเซปเดียวกับสวนหน้าบ้าน คือความสดชื่นที่ถูกออกแบบผ่านเส้นสายธรรมชาติ ให้เกิดความต่อเนื่องระหว่างภายนอกและภายในบ้าน

Modern Natural Garden

From the interior, this Modern Natural garden places visual connection as the main design focus. At the front of the house, the garden creates a fresh and nature-oriented atmosphere. To achieve this, the design uses soft curves, flowing lines, and gentle landforms.

In addition, small earth mounds introduce rhythm and visual movement. As a result, the landscape feels dynamic yet calm.

Near the garden, a seating area invites the homeowner and family to relax together. At the same time, this space allows them to enjoy time outdoors with their dog. Overall, the environment feels open, comfortable, and naturally balanced.

For planting, the design emphasizes layered green tones. Moreover, flowering plants and groundcovers add contrast and subtle details. Therefore, the garden gains character without losing its simplicity.

Central Courtyard Garden

At the center of the home, a courtyard garden creates a strong visual connection. Here, clear glass walls surround the greenery. As residents move through the house, they experience continuous views of plants and open space.

At the same time, this courtyard follows the same concept as the front garden. Specifically, natural lines and soft forms define the space. Consequently, indoor and outdoor areas feel seamlessly connected.

สามารถติดตามผลงานอื่นๆของทรีรูทได้ที่เพจ facebook : threerootsfanpage

Baan Saimai 30 – 33

” UNITY GARDEN “

saimai, bangkok
365 sq.m.

ออกแบบสวนสีเขียว พื้นที่พักผ่อนหน้าบ้าน style modern japanese พื้นที่สวน สไตล์สวนญี่ปุ่นแบบโมเดิร์น ที่เข้ากับตัวบ้าน มีการเล่นลวดลายทางเดินให้ดูสะดุดตา มีเสียงน้ำจากบ่อปลาคราฟเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้กับพื้นที่ และกระบะโอลีฟรับมุมมองเป็นจุดต้อนรับแลกบริเวณหน้าบ้าน มีต้นไม้ใหญ่เป็นไม้ประธานให้ร่มเงาในพื้นที่และยังช่วยเบรกสายตาจากบริบทโดยรอบของพื้นที่ดินอีกด้วย

แผ่นทางเดินเชื่อมพื้นที่สวนจากหน้าบ้าน ไปยังพื้นที่ระเบียงสระว่ายน้ำเพื่อให้การใช้งานเชื่อมต่อกันโดยการวางแผ่นทางเดินสลับกับหญ้าเทียม เพื่อการดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น ระหว่างทางมีมุมสวนไม้พุ่มไม้ดอกประดับเพื่อสร้างบรรยากาศสวนที่ร่มรื่น

พื้นที่สนามบาส เพื่อให้ทางลูกๆของเจ้าของบ้านได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมของตัวเองภายในสวน แต่ยังคงเชื่อมต่อกับครอบครัวได้อยู่ โดยสีของพื้นสนามดึงความโดดเด่นและน่าสนใจในพื้นที่ แต่ยังคงเข้ากับสีของพื้นที่สระว่ายน้ำ และเคาเตอร์บาร์

เคาน์เตอร์บาร์ ที่ใช้รองกับกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นทานอาหารในครอบครัว หรือเป็นพื้นที่ใช้สำหรับของรับแขกที่เข้ามาเยี่ยมเยือน ภายในบ้าน ดีไซน์ของเคาน์เตอร์ ออกแบบให้ดูเชื่อมต่อกับกระบะต้นไม้ให้ดูเป็นชิ้นงานเดียวกัน ด้านล่างมีการใช้กระเบื้องโทนสีน้ำเงินเข้ากับสระว่ายน้ำและสนามบาส เป็นการแต่งเติมสีเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับสวนดูมีชีวิตชีวามากกยิ่งขึ้น

Modern Japanese Front Garden

At the front of the house, the relaxation area adopts a Modern Japanese garden style. From the beginning, the design aligns closely with the home’s architecture. In particular, clean lines and simple forms create a calm and balanced atmosphere.

To enhance visual interest, patterned walkways guide movement through the garden. At the same time, the gentle sound of water from the koi pond adds a natural layer to the space. As a result, the garden feels peaceful and immersive.

Near the entrance, an olive tree planter acts as a welcoming focal point. In addition, a large feature tree provides shade across the area. More importantly, it helps block unwanted views from the surrounding context.

Garden Connectivity

From the front garden, stepping stones lead toward the pool terrace. Through this connection, outdoor spaces flow naturally into one another. Along the path, concrete slabs alternate with artificial grass. In this way, the design creates rhythm while keeping maintenance simple.

Meanwhile, shrubs and flowering plants line the walkway. As a result, the garden feels lush and inviting throughout the journey.

Family Activity Area

Within the garden, a basketball court gives the homeowner’s children a dedicated activity space. At the same time, its location keeps them connected to family areas nearby.

To add character, the court surface uses a bold color. However, the tone still matches the swimming pool and bar counter. Therefore, the space feels energetic yet cohesive.

Outdoor Bar Counter

Next to the activity zone, the outdoor bar counter supports multiple uses. For example, it serves family meals and guest gatherings. By design, the counter connects visually with the adjacent planter. As a result, both elements read as a single structure.

Below the counter, dark blue tiles reflect the colors of the pool and basketball court. In turn, this color choice adds playfulness. Ultimately, it brings energy and life to the garden.

สามารถติดตามผลงานอื่นๆของทรีรูทได้ที่เพจ facebook : threerootsfanpage

Baan Sampheenong 168

“Nature’s rhythm garden”

Rama 2, Bangkok
Site area 815 sq.m.

Nature’s rhythm garden คือสวนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในทุกมุมมอง ออกแบบภายใต้แนวคิด ‘ความเรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด’ พรรณไม้หลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้พุ่มทรงกลมที่ตัดแต่งอย่างประณีต หรือดอกไม้สีอ่อนหวานที่ผลิบานท่ามกลางความเขียวขจี ทุกองค์ประกอบสะท้อนถึงความนุ่มนวล อ่อนโยน และความละเมียดละไมของธรรมชาติ

สวนบริเวณนี้ถูกออกแบบให้เป็นหัวใจของพื้นที่อยู่อาศัย ทำหน้าที่เชื่อมต่ออาคารแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ผ่านองค์ประกอบของน้ำ พรรณไม้ และทางสัญจร โดยมุ่งเน้นบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัว ท่ามกลางสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์น

ผนังน้ำตกถูกออกแบบให้มีการไหลของน้ำแบบลดหลั่น สร้างจังหวะและเสียงน้ำที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้กับพื้นที่ บ่อด้านล่างออกแบบเป็นระดับขั้น สลับกับหินกรวดสีเข้ม ช่วยเพิ่มมิติให้ผิวน้ำ และสะท้อนแสงไฟในช่วงเวลากลางคืน ทำให้พื้นที่ดูมีชีวิตและอบอุ่นสริมด้วยไม้พุ่มและไม้คลุมดินฟอร์มธรรมชาติ จัดเรียงเป็นชั้นๆ เพื่อสร้างมิติความลึก และช่วยให้สวนดูร่มรื่นแต่ไม่ทึบจนเกินไป

พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็นสวนร่วมสมัย (Modern Tropical) ที่เชื่อมต่อสถาปัตยกรรมของอาคารเข้ากับพื้นที่ภายนอกอย่างกลมกลืน โดยเน้นเส้นสายที่เรียบง่าย โปร่งโล่ง และให้บรรยากาศสงบเป็นส่วนตัว นวทางเดินหลักถูกออกแบบด้วยวัสดุโทนเข้ม ช่วยเน้นเส้นนำสายตาเข้าสู่อาคาร พร้อมผสมผสานงานแสงไฟแบบ Indirect Light ใต้ขั้นบันไดและทางเดิน เพื่อสร้างมิติและบรรยากาศอบอุ่นในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

จัดสวนรอบบ้าน ที่มีองค์ประกอบหลังคาและระแนงไม้ถูกนำมาใช้เพื่อกรองแสงและสร้างเงา เพิ่มมิติของพื้นที่ใช้งานภายนอกให้ดูน่าสนใจทั้งกลางวันและกลางคืน โดยภาพรวมของสวนเน้นความเรียบ สะอาดตา ดูแลรักษาง่าย และรองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

พื้นที่นี้ถูกออกแบบเน้นความร่มรื่น โปร่งสบาย และการเชื่อมต่อระหว่างอาคารกับธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง โดยวางผังสวนให้เป็นลานสีเขียวกลางพื้นที่ ช่วยเปิดมุมมองจากภายในอาคาร และสร้างบรรยากาศผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวออกสู่ภายนอก
พื้นที่สนามหญ้าถูกออกแบบให้เป็นแกนหลักของสวน ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ช่วยให้สวนดูสบายตาและใช้งานได้หลากหลาย ล้อมรอบด้วยแนวไม้พุ่มและไม้คลุมดินที่จัดเรียงเป็นชั้น เพื่อเพิ่มมิติของพื้นที่และลดความแข็งของเส้นทางเดิน
องค์ประกอบหลังคา ระแนง และแสงไฟแบบ Warm Light ถูกนำมาใช้ตลอดแนวอาคาร ช่วยสร้างจังหวะของแสงและเงา ทำให้พื้นที่ทางเดินและพื้นที่ใช้งานภายนอกดูอบอุ่น น่าใช้งาน และสามารถใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

องค์ประกอบผนังน้ำตกถูกออกแบบให้เป็นจุดเด่นของพื้นที่สวน โดยเน้นความเรียบ เท่ และร่วมสมัย สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมโดยรวมของบ้าน การไหลเป็นแผ่นบางอย่างสม่ำเสมอ สร้างผิวสัมผัสของน้ำที่ดูนิ่ง สงบ และช่วยเพิ่มเสียงน้ำไหลเบา ๆ เพื่อเสริมบรรยากาศการพักผ่อน ตัวบ่อน้ำออกแบบเป็นบ่อแบบลดหลั่นระดับ (Stepped Water Feature) โดยใช้แผ่นหินวางซ้อนเป็นจังหวะ ทำให้น้ำไหลผ่านแต่ละระดับอย่างนุ่มนวล เกิดมิติของการเคลื่อนไหวและเงาสะท้อนของผิวน้ำ ช่วยลดความแข็งของวัสดุคอนกรีตและเพิ่มความรู้สึกเป็นธรรมชาติ การเลือกใช้วัสดุโทนสีเข้มช่วยขับให้แสงไฟและผิวน้ำดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น พร้อมเสริมด้วยไฟใต้น้ำ (Underwater Lighting) โทน Warm Light ที่สะท้อนผ่านผิวน้ำ สร้างบรรยากาศอบอุ่น หรูหรา และผ่อนคลายในช่วงเวลากลางคืน

องค์ประกอบเสาและฐานเสาถูกออกแบบด้วยแนวคิดความเรียบง่ายแต่ประณีต (Minimal Detail with Craftsmanship) โดยผสมผสานวัสดุไม้และโลหะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เสริมด้วยเหล็กสีเข้มเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความคมชัดของเส้นสาย ดีเทลเสาตกแต่งนี้แสดงถึงแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง โดยใช้วัสดุที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายนอก และกลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การออกแบบสวน จัดสวนรอบบ้าน ให้เชื่อมโยงกัน และในสวนส่วนนี้ถูกออกแบบให้เป็นมุมพักผ่อนที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในบ้านอย่างไร้รอยต่อ การจัดวางพื้นที่นั่งเล่นภายนอกถูกกำหนดให้เป็นจุดพักผ่อนขนาดกะทัดรัด มีมุมมองผ่านบานกระจกขนาดใหญ่ที่เปิดมุมมองสู่สวนได้เต็มที่ ทำให้ธรรมชาติกลายเป็นฉากหลังของการใช้ชีวิตประจำวัน และช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบายให้กับพื้นที่ภายใน

สวนข้างบ้านถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนที่ให้ความรู้สึกสงบ เป็นส่วนตัว และเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในบ้านอย่างกลมกลืน ทางเดินเลือกใช้วัสดุแผ่นพื้นที่มีขนาดใหญ่ สลับกับกรวดสีเข้ม เพื่อสร้างจังหวะการเดินและเพิ่มความรู้สึกโปร่ง สบายตา ระหว่างทางเดินมีการแทรกพื้นที่นั่งพักผ่อนขนาดเล็ก เป็นมุมส่วนตัวสำหรับการนั่งพักผ่อน

พื้นที่สวนถูกออกแบบให้เป็นทางสัญจรหลักที่เชื่อมต่ออาคารแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน โดยเน้นความต่อเนื่องของพื้นที่ ทางลาดออกแบบให้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอาคาร และปูด้วยวัสดุกระเบื้องที่มีผิวสัมผัสที่เหมาะสมสำหรับการมช้งาน และโทนสีธรรมชาติ เพื่อสร้างความเรียบและต่อเนื่องตลอดแนวทางเดิน เพื่อให้การ จัดสวนรอบบ้าน นั้น สามารถใช้งานได้ทุกมุมสวน

Nature’s Rhythm Garden

From the very first impression, Nature’s Rhythm Garden reveals its charm from every angle. At its core, the design follows the concept of “simplicity enriched with details.” In particular, carefully curated plant selections—from precisely trimmed spherical shrubs to soft pastel flowers set within lush greenery—express the gentle rhythm of nature. As a result, every element reflects softness, balance, and refinement.

At the same time, the garden acts as the heart of the residence. Through this role, it connects architectural zones using water features, layered planting, and clear circulation paths. Consequently, the space feels calm, private, and relaxing within a modern architectural context.

Water Feature & Layered Planting

At the center of the garden, the cascading water wall introduces a stepped flow. By doing so, it creates a soothing rhythm and a gentle water sound. Therefore, the movement of water supports a sense of relaxation throughout the space.

Below the waterfall, the basin forms multiple levels and combines with dark gravel. In this way, the design adds depth to the water surface. During the evening, reflected lighting enhances warmth and visual movement.

Meanwhile, natural-form shrubs and groundcover plants surround the water feature. Layer by layer, these plants create visual depth. As a result, the garden appears lush while remaining open and breathable.

Modern Tropical Garden Concept

Overall, the garden adopts a Modern Tropical approach. Specifically, clean lines and open layouts connect architecture with the outdoor environment. In turn, the space maintains a calm and private atmosphere.

Along the main pathway, dark-toned materials guide the eye toward the building. In addition, indirect lighting beneath steps and walkways adds depth, improves safety, and softens the nighttime ambiance.

Throughout the design, roof structures and wooden screens filter natural light. Consequently, light and shadow change throughout the day. Ultimately, the garden supports easy maintenance and practical everyday use.

Central Green Courtyard

At the heart of the layout, a green courtyard opens views from the interior spaces. From this point onward, the transition between indoors and outdoors feels natural and seamless.

At ground level, the lawn becomes the main axis of the garden. As a result, it creates an open and flexible area. Around this space, layered shrubs and groundcover plants soften hardscape edges and add spatial depth.

Along the building edges, roof elements, wooden louvers, and warm lighting form a rhythmic pattern. Therefore, circulation areas remain welcoming both day and night.

Signature Water Wall

As a focal point, the waterfall wall defines the character of the garden. Visually, its clean and contemporary form aligns with the overall architecture. At the same time, water flows evenly in a thin sheet, creating a calm surface and a soft, continuous sound.

Below this element, the stepped water feature guides water across layered stone slabs. Through this gentle movement, reflections and depth naturally emerge.

To enhance the atmosphere, dark-toned materials soften concrete surfaces. Furthermore, warm underwater lighting highlights the water and creates a refined, tranquil mood at night.

Seamless Outdoor Living

Directly connected to the interior, this outdoor area extends daily living into the garden. Here, a compact seating space aligns with large glass panels. As a result, nature becomes a constant visual backdrop, enhancing openness and comfort indoors.

Side Garden & Circulation

Along the side of the house, the garden forms a quiet and private retreat. Step by step, large-format slabs alternate with dark gravel. In this manner, the walking rhythm feels gentle and relaxed.

Along the pathway, small seating niches appear at intervals. Thus, they provide intimate corners for rest.

At the same time, this area functions as the main circulation route. Therefore, ramps connect different building zones using textured tiles in natural tones. In conclusion, the pathway remains safe, comfortable, and visually continuous.

สามารถติดตามผลงานอื่นๆของทรีรูทได้ที่เพจ facebook : threerootsfanpage